รีวิว LG Optimus Vu

โทรศัพท์มือถือ ก้าวจากจุดที่แข่งกันเล็ก มาเป็นแข่งกันใหญ่อีกแล้ว เราได้เห็นสมาร์ทโฟนจอขนาดใหญ่มากกว่า 4 นิ้ว แทบจะกลายมาเป็นมาตรฐานแล้ว ... และ LG ก็กระโจนเข้ามาร่วมวงตลาดสมาร์ทโฟนจอขนาดใหญ่ด้วยเช่นกัน ด้วย LG Optimus Vu ซึ่งมีขนาดหน้าจอ 5 นิ้วนี่ไง



ก่อนอื่น คำว่า Vu นั้นทาง LG บอกว่า อ่านว่า “วิว” นะครับ ... แม้ว่าตอนที่ได้เครื่องมาจากทาง LG จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมได้เห็น ได้จับเจ้า LG Optimus vu นี่ แต่ผมก็ยังคิดอยู่ดีว่า เจ้านี่มันช่าง ... ใหญ่ ... เสียนี่กระไร เมื่อเทียบกับ Android Smartphone จากค่ายร่วมประเทศอย่าง Samsung Galaxy Note และ Samsung Galaxy Note 2 แล้ว LG Optimus Vu อ้วนกว่าตั้ง 0.7 ซม. – 1.0 ซม. เลยทีเดียว



ด้านหน้าของ LG Optimus Vu เป็นหน้าจอ HD IPS ขนาด 5 นิ้ว มีความละเอียด 1024x768 พิกเซล (256ppi) รองรับการสัมผัสพร้อมๆ กันได้ 10 จุด ... ด้วยความที่เป็นจอ IPS เลยทำให้การแสดงผลสีค่อนข้างดี ความสว่างของหน้าจอค่อนข้างสูง และมีมุมมองของภาพค่อนข้างกว้าง ... กล้องด้านหน้ามีความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล

แต่สิ่งที่แปลกตาอีกอย่างเกี่ยวกับ LG Optimus Vu ก็คือ อัตราส่วนการแสดงผลที่ 4:3 ครับ เพราะ Android Smartphone/Tablet ตัวอื่นๆ เป็นอัตราส่วนการแสดงผลแบบ 16:9 ครับ



ด้านหลังมีลำโพงอยู่ตรงค่อนมาทางด้านล่าง มีกล้องดิจิตอล ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลพร้อม LED Flash แล้วก็มีโลโก้ LG เป็นสเตนเลส แต่ออกแบบมาให้ไม่เกิดรอยขีดข่วนง่าย ผมว่าสวยดี



ด้านบนมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม., ปุ่มชัตเตอร์ (เขาว่าเอาไว้สำหรับถ่ายรูปด้วยกล้องหน้า) และทำหน้าที่เป็นปุ่มจับภาพหน้าจอไปในตัว, พอร์ต Micro USB แบบมีตัวสไลด์ปิด และปุ่มเปิดปิดหน้าจอ



ด้านล่าง ที่เห็นก็มีนอตยึดตัวเครื่อง (ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผู้ใช้งานทั่วๆ ไปอย่างเราๆ ท่านๆ) และรูไมโครโฟนไว้ใช้ตอนคุยโทรศัพท์ กับตอนอัดวิดีโอ



ด้านซ้ายของ LG Optimus เป็นสล็อตใส่ SIM Card ที่ออกแบบมาชวนดูสับสนมาก มีรูเล็กๆ เหมือนจะให้ใช้เหล็กแท่งเล็กๆ เสียบเข้าไปเพื่อถอดถาดใส่ SIM Card ออกมา (ใช่ครับ เจ้านี่ไม่สามารถถอดฝาหลังออกมาได้) แต่ที่ไหนได้ เราต้องแกะฝามันออกต่างหาก ไม่มีรอยสำหรับแกะให้ดูชัดเจนด้วยนะ แต่การแกะก็ไม่ได้ยากเย็นนัก แม้ผมจะไว้เล็บสั้นกุดก็ตาม ก็ยังแกะได้สบายๆ … แต่การออกแบบมันชวนสับสนจริงๆ

LG Optimus Vu ใช้ Micro SIM ครับ … (เข้าใจว่าอีกไม่นาน พวกสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ก็จะเป็น Micro SIM กันหมด



ด้านขวาของ LG Optimus Vu ก็เป็นแค่ปุ่มปรับระดับเสียงครับ ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้น
โดยภาพรวมของการออกแบบ ผมต้องบอกว่า LG Optimus Vu นั้นดีไซน์ได้ดูหรูดีครับ คือ ใช้แล้วดูไม่กระจอก (สนนราคาของ LG Optimus Vu เองก็จัดอยู่ในระดับไฮเอนด์ด้วยนะ 18,900 บาทเนี่ย) บางและเบาทีเดียว เมื่อเทียบกับ Android Smartphone ที่หน้าจอระดับ 5 นิ้ว ตัวอื่นๆ

สเปกและประสิทธิภาพของ LG Optimus Vu
มาดูที่สเปกกันบ้างครับว่า LG Optimus Vue เป็นยังไงบ้าง

CPU: nVidia Tegra 3 Quad-core 1.5GHz
GPU: ULP GeForce
Display: 5 นิ้ว Multitouch 10 จุด
ความละเอียด 1024×768 พิกเซล (256ppi) อัตราส่วนแสดงผล 4:3
RAM: 1GB
Internal Storage: 32GB
External Storage: ไม่รองรับ
Front Camera: 1.3 ล้านพิกเซล
Rear Camera: 8 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash
Connectivity:
2G: GPRS/EDGE: 850/900/1800/1900MHz
3G: GSM/UMTS: 850/900/1900/2100MHz
WiFi: 802.11a/b/g/n
Bluetooth: 3.0 A2DP
Battery: 2,080mAh
Dimensions: 139.6 ม.ม. x 90.4 ม.ม. x 8.5 ม.ม.
Weight: 168 กรัม


ทีนี้ก็ถึงเวลาที่จะทดสอบประสิทธิภาพกันบ้างละครับ … มาดูกันว่าโปรแกรม Benchmark แต่ละตัวจะให้คะแนนว่ายังไงกันบ้าง




การรับชมไฟล์มัลติมีเดียบน LG Optimus Vu

CPU ระดับ nVidia Tegra 3 1.5GHz แรงพอสำหรับการเล่นไฟล์หนัง 1080p อยู่แล้วครับ ดังนั้น การเปิดไฟล์หนังระดับ HD หรือ Full HD นี่ไม่ใช่ปัญหาอะไร ไม่ต้องกลัวเรื่องกระตุก แต่ที่น่าหนักใจจริงๆ เป็นเรื่องของแถบสีดำบนหน้าจอต่างหากล่ะครับ แบบในรูปด้านล่างเนี่ย จะเห็นว่าเหมือนตอนดูหนัง DVD บนจอ CRT เลยทีเดียว (หนังเป็นแบบ 16:9 ส่วนทีวีก็ 4:3 แบบนี้เป๊ะๆ) … แต่ตัว Video Player นี่มีลูกเล่นให้ค่อนข้างเยอะทีเดียวล่ะ



ที่ควรจะรีวิวมากที่สุด คือเรื่องของคุณภาพเสียงครับ ลำโพงของ LG Optimus Vu ให้เสียงที่ค่อนข้างโปร่งๆ ได้ยินรายละเอียดของเพลงชัดเจน แต่เสียงเบสจะไม่ลึกนัก ทำให้รู้สึกขาดมิติไปบ้าง เสียงค่อนข้างบาง เพราะขาดย่านต่ำกับกลาง ย่านสูงค่อนข้างโอเคไม่ได้พยายามให้ฟังชัดจนแหลมบาดหู โดยรวมก็เอาไว้ฟังเพลินๆได้ ฟังเพลงบรรเลงพอไหว ฟังเพลงที่มีเสียงร้องจะรู้สึกว่าเสียงร้องกระด้างๆ ไปเสียหน่อย เหมือนฟังผ่านคลื่นวิทยุ และเหมือนกับลำโพงมือถือหลายๆ รุ่นที่เน้นความชัดของเสียงสูง แต่ขาดย่านกลาง+ต่ำ คือไม่ควรนำมาฟังเพลง Rock. Metal เพราะอรรถรสหายเกลี้ยง อ้อ แม้ว่ามือถือเครื่องนี้จะมีขนาดที่ใหญ่กว่ามือถือทั่วไป แต่เสียงก็ไม่ได้ดังตามขนาดตัวนะครับ พอๆ กับมือถือขนาดมาตรฐาน

ลองใช้หูฟังๆ ดูบ้าง ระบบขยายเสียงทำได้ดี การไล่แต่ละระดับให้ความ Smooth แสดงย่านต่างๆ ได้ชัดเจนดี เทียบกับ iPad 2 แล้ว LG Optimus Vu จะเบลอกว่านิดๆ ทำให้ฟังดูนวลๆ ส่วน iPad 2 จะให้เสียงที่แยกย่านออกจากกันชัดเจนกว่า แต่ก็ถือว่าคุณภาพโดยรวมไม่ได้ต่างกันไม่มากมาย เมื่อเปิดระดับเสียงให้ดังสุด เสียงจะเบากว่ามือถือทั่วไปที่ผมเคยใช้ แต่ก็ดังพอนะครับ ก็ถือว่าปลอดภัยต่อหูของเราดี เพราะเปิดสุดก็ยังไม่ดังจนเกินไป … ทุกครั้งที่เอาหูฟังออก แล้วเสียบกลับเข้าใหม่ระบบก็จะปรับให้ระดับเสียงเริ่มที่ประมาณ 75% นับว่าเป็นระบบที่ดีเพราะป้องกันการลืมลดระดับเสียง แล้วเสียงลั่นใส่หูซึ่งอาจทำให้ได้รับบาดเจ็บได้

ทีนี้มาดูการเล่นเกมบน LG Optimus Vu กันบ้าง

ปีก่อนนี้ ถ้าให้ผมรีวิวเกมบน Android Smartphone ที่ใช้ CPU nVidia Tegra ละก็ ผมคงจะบอกว่ากราฟิกมันสวยมาก แต่คงจะมีเกมให้เลือกเล่นไม่เยอะ แต่สมัยนี้ไม่เป็นแบบนั้นแล้ว ใครที่ใช้ CPU nVidia Tegra 3 นี่ ออกจะได้เปรียบ Android Smartphone ที่ใช้ CPU อื่นๆ พอสมควรเลย เพราะเกมจำนวนไม่น้อย (เช่น Horn และ Wildblood) ทำออกมาสำหรับ nVidia Tegra โดยเฉพาะเลยอ่ะ แถมเกมที่ทำออกมาสำหรับ CPU แบบนี้ กราฟิกจะสวยกว่าเยอะด้วย

ลองดูการเล่นเกม Asphalt 7: Heat บน LG Optimus Vu ดูนะครับ (วิดีโอกำลังอัพอยู่ อัพเสร็จจะมาอัพเดตบล็อกให้นะ)

นี่เป็นอีกครั้งที่ทำให้ผมแน่ใจเกี่ยวกับเกมบน Android ครับ คือ เหตุผลที่ Gameloft ทำเกมมาเฉพาะเครื่อง ก็เพราะว่าเกมจะได้เล่นได้ไหลลื่น เนียนๆ บน Android Device แต่พอเป็นเกมอย่าง Asphalt 7: Heat ที่ถูกออกแบบมากะให้เล่นบน Device ที่หลากหลายได้ ก็เลยทำให้เล่นๆ แล้วมีกระตุกอยู่บ้างใจบางจังหวะ แถมคุณภาพของกราฟิกก็ไม่สามารถดึงศักยภาพของ GPU อย่าง nVidia Tegra 3 ได้ (น่าเสียดาย)

การถ่ายรูปและวิดีโอ ด้วย LG Optimus Vu

ได้เวลามาดูการถ่ายภาพและวิดีโอด้วย LG Optimus Vu กันบ้างครับ … ในแง่ของ Camera App นั้น มีการปรับปรุงดีขึ้นจากเดิมเยอะมากครับ แต่คงเพราะเป็นบริษัทเกาหลีเหมือนกันละมั้ง ผมเห็น User Interface แล้ว คุ้นๆ ว่ามันเหมือนกับของค่ายร่วมชาติอยู่

ในแง่ของ Camera App นี่ถือว่า ทำออกมาได้ดีแล้วแหละ … การใช้งานก็ลื่นขึ้น คล่องขึ้นกว่าแต่ก่อนมากทีเดียวครับ … ทีนี้มาดูคุณภาพของรูปกันบ้างดีกว่าครับ





โดยภาพรวม คุณภาพของรูปถือว่าทำออกมาได้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนจริงๆ แต่ยังขาดอีกพอสมควร ก่อนที่จะไปเทียบชั้นกับเพื่อนร่วมประเทศ หรือ iPhone ครับ … แต่ก็นับว่าเป็นก้าวแรกที่ดีแล้ว สำหรับ LG โดยเฉพาะการที่รองรับฟีเจอร์ Tap-to-Focus ที่ปรับได้ทั้งโฟกัส และ Exposure ของภาพด้วย (ค่ายเพื่อนร่วมประเทศยังไม่ยอมทำซะที)

ทีนี้มาดูในแง่ของวิดีโอกันบ้าง ปรากฏว่ามันกลับกันเลยอ่ะ … แม้ว่าจะถ่ายความละเอียดระดับ 1080p ได้ และโหมดถ่ายภาพนิ่งจะมีคุณสมบัติการปรับ Focus และ Exposure แบบ Tap-to-Focus แล้ว แต่ในโหมดถ่ายวิดีโอ กลับไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้เลย ซึ่งโดยส่วนตัว ผมว่าอย่างน้อยๆ ควรปรับ Focus ได้นะ … และที่ดูแย่อีกอย่างคือ ระบบ Auto Focus ของเครื่อง มันพยายามจะปรับโฟกัสบ่อยๆ แล้วทำให้ภาพมันดูแปลกๆ ไปครับ … คุณภาพของวิดีโอ ก็ดูเอาตามด้านล่างนี่ครับ



บทสรุปของ LG Optimus Vu
ถ้าจะถามผมว่า LG Optimus Vu นี่เหมาะกับการใช้งานในรูปแบบไหนที่สุด ผมมองว่าน่าจะเป็นใช้ในฐานะอุปกรณ์ท่องเว็บ และการพิมพ์จดโน้ตครับ ขนาดของมันจะเหมาะกับการพิมพ์สองมือเต็มที่ได้อย่างถนัดถนี่เลยละครับ แล้วก็เจ้า LG Optimus Vu นี่มีแถม Capacitive Stylus มาให้ด้วย เอาไว้เขียนจดโน้ตได้ แต่ว่าเท่าที่ลอง มันเหมาะกับฟีเจอร์ Quick Memo ที่มาพร้อมกับตัวเครื่องมากกว่า มันจะเป็นปุ่มกลมๆ เล็กๆ ตรงด้านบนของตัวเครื่อง ที่พอกดแล้วจะจับภาพหน้าจอ แล้วเปิดโปรแกรม Quick Memo ขึ้นมาครับ จากนั้นก็ขีดๆ เขียนๆ ได้สบายๆ … แต่นอกจากนั้นแล้ว Capacitive Stylus ที่ LG ให้มา มันก็เหมือนๆ กับ Capacitive Stylus ที่เราสามารถหาซื้อได้ทั่วไป

จุดเด่นอีกอย่างของ LG Optimus Vu คือ สเปกระดับไฮเอนด์ที่สนนราคา 18,900 บาท หรือก็คือ ราคาต่ำกว่าระดับไฮเอนด์ทั่วไปพอสมควรครับ

คงเดช กี่สุขพันธ์
E-Mail: kafaak@gmail.com
Twitter: http://www.twitter.com/kafaak
Facebook: http://www.facebook.com/kafaakBlog
Google+: http://bit.ly/kafaakGPlus
Blog: http://www.kafaak.com
Storify: http://www.storify.com/kafaak
Previous
Next Post »