Cut the Rope: Time Travel
เกมส์ตัดเชือกผูกลูกกวาดให้ไดโนเสาร์กิน มาภาคนี้พกความเป็นแฟนตาซีหลายยุคมาเต็มเปี่ยมแถมฟรีอีกต่างหาก เป็นเกมส์เล่นง่ายๆในช่วงแรก และดัดจะยากในช่วงหลัง มาท้าทายฝีมือกันได้เลยนะครับ กับเกมนี้เลย สนุกและฟรี เกมส์ดีๆแบบนี้จัดเถอะครับ Cut the Rope: Time Travel
• Air gestures เป็นการอาศัยเซ็นเซอร์อยู่บนด้านหน้าของตัวเครื่อง เพื่อดูการเคลื่อนไหวของอะไรก็ตามที่มาผ่านตัวมัน เพื่อสั่งงาน ซึ่งประกอบไปด้วย
o Quick glance ที่ใช้งานตอนหน้าจอปิดอยู่ เมื่อเอามือไปโบกผ่านเหนือเซ็นเซอร์ มันจะเป็นการแสดงข้อมูลให้ดู ซึ่งหลักๆ มันจะแสดง วันและเวลา แต่เราสามารถตั้งให้แสดงพวกไอคอนแจ้งเตือน, จำนวนสายที่ไม่ได้รับ, จำนวนข้อความที่ยังไม่ได้อ่าน, ระดับแบตเตอรี่ และข้อมูลเพลงที่กำลังเล่นอยู่ได้
o Air jump เป็นการใช้มือ (หรือจริงๆ ใช้แค่นิ้ว) โบกผ่านหน้าเซ็นเซอร์ ก็จะเป็นการ Scroll หน้าจอเวลาดูเว็บ
o Air browse คล้ายๆ Air jump แต่เป็นการใช้ฝ่ามือโบกผ่านหน้าเซ็นเซอร์เพื่อเปลี่ยนรูป, เปลี่ยนหน้าหนังสือที่อ่านอยู่ หรือเปลี่ยนเพลงใหม่
o Air move เป็น Air gesture ที่ใช้อำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนหน้า Home screen เวลาที่ต้องการย้ายไอคอนทางลัด หรือเปลี่ยนเดือน เวลาที่ต้องการย้ายตารางนัดหมายใน S Planner
o Air call-accept เป็นการใช้มือโบกผ่านหน้าเซ็นเซอร์เพื่อรับโทรศัพท์
• Air view เป็นฟีเจอร์ที่พัฒนาต่อมาจากของ Samsung Galaxy Note 2 ครับ แต่งวดนี้พัฒนาไปถึงขั้นที่ไม่ต้องใช้ S Pen แล้ว แต่ใช้นิ้วแทนได้เลย ซึ่งมีฟีเจอร์ย่อยๆ ประกอบไปด้วย
o Information preview … คล้ายๆ กับการเอาเคอร์เซอร์ของเมาส์ไปวางไว้เหนือบริเวณที่เราต้องการรายละเอียดเพิ่ม มันก็จะแสดงรายละเอียดของข้อมูลเพิ่มขึ้นมา
o Progress preview … ใชัในโหมดเล่นไฟล์วิดีโอครับ พอเอานิ้วไปจ่อตรง Progress bar (ที่เอาไว้เลื่อนวิดีโอเดินหน้าหรือถอยหลังนั่นแหละ) มันก็จะโชว์ Thumbnail พรีวิววิดีโอตอนนั้นๆ ให้เห็น
o Speed dial preview … แค่เอานิ้วจ่อไว้ตรงแป้นตัวเลขในโหมดโทรศัพท์ ถ้าเรามีการเซตหมายเลขนั้นเป็น Speed dial เอาไว้ เราก็จะได้เห็นว่า เบอร์นั้นเราเซตไว้เป็นโทรหาใคร
o Webpage magnifier … ตามชื่อเลยครับ เมื่อเอานิ้วจ่อไปตรงเนื้อหาของเว็บไซต์ มันก็จะเป็นการขยายเนื้อหาส่วนนั้นให้ดูกันชัดๆ
มาดูสเปกและประสิทธิภาพของ LG Optimus G ดีกว่า ในขณะที่ Nexus 4 จะจัดสเปกมาแบบกั๊กๆ ตามสไตล์ของตระกูล Nexus แต่ LG Optimus G นี่ แม้จะดีไซน์คล้าย Nexus 4 แต่สเปกนั้นไม่ได้โดนกั๊กอะไรขนาดนั้นนะครับ มาดูที่สเปกของ LG Optmus G กันดีกว่า ว่าเป็นยังไง
ประสบการณ์ในการใช้งาน LG Optimus G User Interface ของ LG Optimus G ทำออกมาดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นครับ เมื่อก่อนจะใช้ไอคอนที่ดูน่ารักไปนิดนึง แต่งวดนี้ดูเป็นทางการมากขึ้น และแม้ว่าจะเป็น Android Jelly Bean ไปแล้ว แต่ LG ออกแบบ UI มาให้ใช้งานง่าย สามารถเพิ่ม Widget ลงไปในหน้า Home Screen ได้ง่าย สามารถเปลี่ยน Wallpaper ได้ง่ายด้วย
โดยส่วนตัว ขอบอกว่า แอบชอบ UI ใช้ง่ายๆ ตามสไตล์ LG Optimus G นี่ครับ นอกจากนี้ Notification bar ก็ทำออกมาได้ดีครับ มีทั้งตัว Toggle ที่ช่วยให้เปิดปิดฟังก์ชั่นต่างๆ เช่น WiFi, NFC, Bluetooth ฯลฯ แล้วยังมี QSlide apps ที่ช่วยให้เรียกใช้งาน App ต่างๆ ได้รวดเร็วด้วย (ซึ่งการเอา Shortcut icon มาไว้ตรงนี้ จะช่วยให้เราเอาเนื้อที่ใน Home Screen ไปไว้วาง Widget แทนได้)
นอกจากนี้ ก็ยังมี App อำนวยความสะดวกอื่นๆ อีก เช่น Quick Memo ที่เป็นระบบจดโน้ตแบบทันใจ กดปุ๊บมันจะจับภาพหน้าจอ ให้เราพร้อมขีดๆ เขียนๆ ลงไปได้เลย ซึ่งเรียกใช้งานไม่ยาก แค่กดปุ่ม Volume Up + Volume Down พร้อมกัน หรือจะกดปุ่มตรงกลางที่อยู่ระหว่างปุ่ม Volume Up กับ Volume Down ก็ได้ครับ ... พิจารณาตำแหน่งของปุ่มแล้ว ก็กดได้ง่าย เรียกใช้ได้รวดเร็ว สมชื่อ
Video Wiz ที่เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอแบบง่ายๆ (ที่ง่ายกว่า Video Editor ที่มากับตัวเครื่อง) เพราะมีเครื่องมือคอยช่วย
ลองเอา LG Optimus G มาใช้งานด้านมัลติมีเดีย ด้วยสเปกระดับ Quad-core CPU/GPU แบบนี้ LG Optimus G สามารถรับชมไฟล์วิดีโอ 1080p ได้สบายๆ ไม่กระตุกแต่อย่างใด หน้าจอความละเอียดสูง 1280x768 พิกเซล ก็ช่วยให้ได้ภาพที่คมชัดดีในระดับหนึ่ง สีสันของภาพ และมุมมองก็กว้างดี เป็นอานิสงส์จากจอ True HD IPS LCD ครับ
คุณภาพของลำโพงของตัวเครื่อง LG Optimus G นั้น ให้น้ำหนักเสียงที่ดี แน่น และชัดเจน เพียงแต่มีจุดด้อยตรงที่เสียงในความถี่ย่านกลางนั้นไม่ชัดเจนเท่าไหร่ และยังขาดเสียงสูงช่วงไปบ้าง แต่เมื่อใช้งานกับหูฟังแล้ว เสียงที่ได้ก็ฟังดูอิ่ม ย่านเสียงมีความสมดุลกันดี ไม่มีอะไรโดดเด่นจนเกินไป แต่ข้อเสียคือยังไม่สามารถแยกย่านเสียงได้ดีเท่าไหร่ ทำให้เสียงที่ได้ขาดความชัดเจนของมิติ แต่ก็ไม่ถึงกับแย่นะครับ
ลองเอา LG Optimus G มาเล่นเกมดูบ้าง เช่นเดียวกับตอนเล่นไฟล์มัลติมีเดียครับ ด้วยสเปกระดับ Quad-core CPU/GPU แล้ว การเล่นเกม 3D ทั้งหลายในปัจจุบัน คงไม่มีตัวไหนที่เล่นแล้วกระตุกล่ะครับ และคิดว่าคงยังรองรับเกม 3D ในอนาคตไปได้อีกพักใหญ่ๆ แน่นอน